BOOKFAIR

posted on 20 Oct 2013 17:14 by cassettone in DIARY directory Travel, Diary
โอ๊ะโอ๋
หลังจากชีวิตผ่านเรื่องน่าหวาดเสี่ยวมาพอสมควร (อยู่ในช่วงเกรดออก T^T)
เลยตัดสินใจให้รางวัลแก่ตัวเอง ปิ้งป้องงงงง
โดยการชวนสรรพัดเพื่อนห้าพันกลุ่มไปเที่ยวนู่นเที่ยวนี่ พลัดเปลี่ยนกันไป
และแน่นอน ฝนก็ได้กระหนำซัดสาด ร่วมยินดีด้วยในการรอดพ้นวิกฤตชีวิตของฉัน
คะ ฟ้าฝนทำดีคะ
ในวันนี้จึงได้ตัดสินใจ หยุดพัก กลับมาอยู่กับตัวเองในห้องนอนเงียบเงียบ
ด้วยความจะให้เสียงปรอยฝน กล่อมให้หลบใหลในตอนกลางวัน
ฝนไม่ตกคะ วันนี้
:)
บางทีก็สงสัย คือว่า เลือกวันเที่ยวผิด หรือฝนต้องการอะไรจากสังคม ?
หลังจากอยู่ใต้ผ้าห่มมาตั้งแต่เช้า เลยตัดสินใจเขยิบผ้าห่มออกจากตัว แล้วเอาโน๊ตบุ้คมาวางทับตัวแทนผ้าห่ม
เปิดบล๊อคใหม่ไปสะเลย
(ตบมือ)
เนื่องด้วยตอนนี้ สกิลการพูดคนเดียวนั้นได้อัพเลเวลขึ้นอย่างน่าตกใจ
 จนคิดว่า รกทวิตเตอร์และเฟสบุ้คเสียเหลือเกิน
และบางครั้งอยากตะโกนดังดังใส่หน้าใครก็ไม่รู้ที่ไม่รู้จัก บล๊อคเลยเป็นทางออกที่ดีคะ


ในการเวิ้นเว่อครั้งนี้ มีความฟินจากการไปงานหนังสือเมื่อวานมาเล่า
เพราะว่าห่างหายไปจากงานหนังสือ 1 ปี เพราะทำหน้าที่ลูกที่ดี หาอนาคตให้ตัวเองอยู่
ปีนี้เราได้กลับไปอย่างยิ่งใหญ่(?)  และพบว่า อ้าว ! ไม่ค่อยมีหนังสือออกเลยอะ =_=;

โดยปกติแล้ว เราจะมีร้านหนังสือประจำอยู่ เป็นร้านหนังสือมือสอง
ซึ่งเราว่ามันก็คล้ายๆ กะมือหนึ่งนั่นเหละ หนังสือส่วนใหญ่ คุณภาพยังใหม่แกะกล่องอยู่ แล้วก็ซื้อในราคา 50% ด้วย ซึ่งถือว่า เซฟมายมันนี่มากมากเลยคะ

แล้วสำหรับหนังสือในงานหนังสือ ก็ลดแค่ 30% 
ไม่ดึงดูดเงินในกระเป๋าแบนแบนของนักศึกษาที่ต้องเก็บตังซื้อมาสคาร่าเท่าไหร่นัก
หนังสือน่ะ เค้าไม่ได้วัดที่ภายนอกนี่น่า เค้าวัดที่เนื้อหาข้างใน :)
แต่ด้วยความกระดี๊กระด๊าอยากเจอนักเขียน
อันนี้ประเด็นสำคัญเลยคะ
ทำให้การดั้นด้นไปงานมันเริ่มขึ้น
ก่อนไปก็เข้าทวิตเตอร์ เช็คเวลาที่พี่พี่จะมาแจกลายเซ็น
วี๊ดว๊ายยย เต็มตัวมาดี ดังจะดักเจอศิลปินเกาหลี
จุดประสงค์หลัก ๆ ก็คือ
พี่โหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์
ซึ่งเคยอ่านหนังสือพี่เขาตอนจะเอ็น แล้วบอกเลย ปราดน้ำตา ! พี่เป็นไอดอลมากคะ ><
อ่านแล้วรู้สึก กล้าเสี่ยงกับชีวิต กล้าเดินคนเดียวในทางที่ต่างจากคนอื่น กล้าแตกต่าง กล้าที่ฝัน
อร๊ายยยยยยยยยยยย มันเยอะ ! 
และ พี่บอยตรัย
ที่บทเพลงแต่เพลงของฟรายเดย์ อกหักครั้งไหนก็น้ำตาไหลกับเพลงของพี่ทุกที
:)

ซึ่งแจกลายเซ็นกันในบู้ท abook
 
พอไปถึงละก็เห็นเป้าหมายยืนหล่อแจกลายเซ็นกันอยู่ อร๊ายยยยย
เด็กหญิงตัวเล็กๆ กะสองชุ้ปตาแห่งวงการหนังสือไทย =_=; ว่าแล้วรีบแทรกไปยืนหน้าสุดเลยคะ รวดเร็วมาก ไม่ได้เห็นเล๊ยยย ว่าคนอื่นต่อแถวกันอยู่(TTเค้าตื่นเต้นไง เค้าทำไรไม่ถูก) ไปยืนต่อหน้าก็ งง เลยคะ หนังสือก็ยังไม่ได้ซื้อ แล้วเทอจะเอาอะไรให้เขาเซ็น
เอ้อ ทำดี
พอสติสะตังกลับมา นางก็ค่อย ๆ เดินไปเลือกหนังสือ แล้วต่อแถวตามระเบียบ
 
ซื้อ DAY AFTER DAY ของพี่โหน่ง
DESTINATION FROM NOWHERE -GREASY CAFE
แล้วก็ โปรดอ่านใต้แสงเทียน เพราะผมเขียนใต้แสงดาว (หนังสือบ้าอะไร ชื่อละมุนละไมขนาดนี้)
ส่วนของพี่บอยดรัย มีที่บ้านหมดแล้วเลยไม่ได้ซื้อมา แต่เหมือนพี่เขาจะเอาหนังสือ ร้อยเพลงแห่งความโดดเดี่ยว มาพิมปกใหม่ แล้วก็เพิ่มเนื้อหานิดหน่อย
พอได้หนังสือก็ไปต่อแถวให้เซ็นแบบถูกกาละเทศะคะ
ต่อมาตั้งนาน
หลายผู้ชายข้างหน้าอีกหนึ่งคน

พอเท่านั้นเหละ
พี่โหน่งก็ใส่แว่นกันแดด แบกหนังสือเตรียมกลับสักงั้น
วินาทีนั้นนี่ น้ำตาแทบไหล
T^T
แล้วพี่แกก็หันซ้ายหันขวาอีก 4-5 ที ให้คนรอตื่นเต้นเล่นอีกสักหน่อย
ก่อนจะหันกลับมาเซ็นให้เหมือนเดิม
แฮ่
อร๊ายยยยยยยย อยากขอบอกว่า พี่โหน่งน่ารักมากมากมากเลยคะ เราว่าพี่เขาไม่ได้แค่แจกลายเซ็นแบบขอไปที แต่เขาดูใส่ใจนักอ่านทุกคน ดูอยากทำความรู้จัก :)
ไม่ผิดหวังเลยที่ยืนรากงอกต่อแถวเขาวงกตในสำนักพิมนี้ตั้งนาน
แถมพี่เขายังถ่ายรูปให้เราด้วย โฮะโฮะ ฟินค่าขุ่นขา <3

เดะว่าง ๆ จะเอารูปมาแปะไว้

แล้วก็เดินไปเดินมาในงานเจอ ทรงศีล ด้วยเหละ คือแบบว่าาาาาาา อยากซื้อหัวไฟเล่มสี่มาก แต่ด้วย abook ดูดทรัพย์แล้ว ขอเดินผ่านไปอย่างเงียบ ๆ TT

ฮือออออออออออ หลังจากนั้นก็เดินผ่านนู่นผ่านนี่อีกมากมาย และแหกปากไปมา เนื่องจากกระเป๋าฉีกมากกว่าปากแล้ว จึงทำได้แค่แหกปากวิ่งเข้า mrt กลับบ้าน
เป็นวัยรุ่นต้องอดทนคะ
END :)

Comment

Comment:

Tweet